ทำไม เสือดำ ถึงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

สัตว์ป่าคุ้มครอง ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอย่างมากทั้งในเรื่องตัวสัตว์ของมันเอง และระบบนิเวศรอบข้าง จนถึงสภาพแวดล้อมของมัน หากมันสูญพันธุ์ลงไป นั่นเท่ากับว่าสภาพแวดล้อมระบบนิเวศอาจจะมีปัญหาด้วย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงต้องมีการอนุรักษ์เอาไว้ หนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีคนกล่าวถึงมากที่สุดก็คือ เสือดำ สัตว์ป่าตัวนี้ทำไมถึงเรียกว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองได้ เรามาว่ากันเรื่องรายละเอียดกัน

มาทำความรู้จักกับเสือในไทยกันหน่อย

สำหรับเสือนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่คู่สังคมไทยมานานมาก แม้ว่าจะไม่สามารถเอามาเลี้ยงในบ้านได้เหมือนสัตว์เลี้ยงก็ตาม เสือเป็นสัตว์ที่แข็งแรง ดุร้าย จึงทำให้เสือกลายเป็นสัตว์ที่อยู่ในความเชื่อของไทยไปด้วย อย่างการเรียกพวกโจรที่ดุร้าย แข็งแกร่งว่าเสือตามด้วยชื่อ เป็นต้น โดยเสือนั้นเป็นสัตว์ที่มีหลากหลายสายพันธุ์แต่บ้านเราหากไม่นับตัวที่นำเข้ามา ก็จะมีดังนี้ (อย่าลืมว่า แมวกับเสือเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกัน) แมวป่าหัวแบน, แมวดาว, แมวลายหินอ่อน, เสือกระต่าย, เสือปลา, เสือลายเมฆ, เสือไฟ, เสือดาวและเสือดำ (มันเป็นสัตว์ชนิดเดียวกันแตกต่างกันเรื่องสี) และ เสือโคร่ง โดยเสือแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันไปในเรื่องของขนาด สีผิว ลวดลาย และลักษณะพิเศษอื่น แต่ละตัวหน้าตาเป็นอย่างไร ก็คงต้องเข้าไปดูภาพจากกูเกิ้ลกันเองแล้ว

เรื่องราวของเสือดำ

ทีนี้เรามาเจาะจงเฉพาะเสือดำกันบ้าง เสือดำนั้นชื่อทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า Leopard Pantherapardus มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในวงศ์ตระกูลเสือและแมว ตัวของมันมีขนาดใหญ่เป็นรองแต่เพียงเสือโคร่งเท่านั้นเอง อย่างที่เราบอกไปย่อหน้าด้านบนว่า เราจัดให้เสือดาว กับเสือดำอยู่คู่กัน นั่นหมายความว่ามันทั้งคู่คือสัตว์ชนิดเดียวกัน (หลายคนอาจจะไม่รู้) ถามว่าสัตว์สองตัวนี้แตกต่างกันอย่างไร คำตอบก็คือ เสือดำมันคือเสือดาวที่มีความผิดปกติของเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิซึม ทำให้ขนของมันมีสายดำ (คล้ายกับสัตว์ที่มีลักษณะเป็นสีขาวล้วน แบบควายเผือก) อีกเรื่องที่เราไม่รู้ แม้จะมีสีขนสีดำ แต่ลายจุดสีดำของมันก็ยังอยู่เหมือนเดิม (ไม่ได้เป็นขนสีดำสีเดียวทั้งตัว) แต่มันต้องเพ่งกันหน่อย

news-panther-site

สภาพนิสัยและการเป็นอยู่

สำหรับเสือดำนั้น เป็นสัตว์ป่าที่มีความปราดเปรียว คล่องตัวสูง รวดเร็ว ทั้งการล่าเหยื่อ จับเหยื่อ และซ่อนตัวในเงาไม้เพื่อดักซุ่ม สำหรับเสือดำนั้นจะมีความสามารถในการปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นป่าแบบไหนก็ตาม ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ก็หาอาหารได้หมด อาหารจานโปรดของเสือดำ ก็จะเป็นสัตว์ที่มันสามารถล่าได้ในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น กวางป่า, เก้ง, ลิง, ชะมด, หมูป่า, นกยูง, นกกระทา, และสัตว์เลื้อยคลานด้วย นักวิชาการบางคนบอกว่าเสือดำมันกินแมลงด้วย

สำหรับลักษณะนิสัยของเสือดำ เรื่องการล่าเหยื่อมันมักจะออกล่าเหยื่อจากรังของมันภายในรัศมีประมาณ 9-37 ตารางกิโลเมตร สามารถล่าเหยื่อได้ทั้งกลางวันและกลางคืน วิธีการล่ามักจะมาตัวเดียว ใช้วิธีการดักสุ่มในพงหญ้า หรือ รกทึบเพื่อไม่ให้เหยื่อสังเกตเห็นได้ จากนั้นก็พุ่งเข้าตะปบเหยื่ออย่างรวดเร็ว

เสือดำกับการคุ้มครอง

จากความสำคัญดังกล่าว ทำให้เสือดำถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยเสือดำถูกขึ้นบัญชีที่เรียกว่า ไซเตส (บัญชีสัตว์ พืช ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธ์) อีกทั้ง เสือดำ ยังถูกขึ้นบัญชีแดงของ IUCN 2016 (บัญชีพืชสัตว์ที่มีความเสี่ยงว่าจะใกล้สูญพันธุ์) จากบัญชีทั้งสองทำให้เสือดำกลายเป็นสัตว์ป่าที่ถูกคุ้มครองมาจนถึงทุกวันนี้ ว่าแต่คดีเสือดำไปถึงไหนแล้วอ่ะ

ทำไม ค่างแว่นถิ่นใต้ ถึงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

พูดถึงเรื่องของสัตว์ป่าคุ้มครอง เชื่อว่าสัตว์สายพันธุ์เดียวกับลิงก็เป็นสัตว์ที่ต้องถูกคุ้มครองด้วยเหมือนกัน เพราะว่าสัตว์กลุ่มนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมากทีเดียว พูดถึงลิงแล้วมีสัตว์ที่เกี่ยวข้องในสายพันธุ์ดังกล่าวเยอะมาก แต่เรามักจะเรียกไล่ตามลำดับไปอย่าง ลิง ค่าง บ่าง ชะนี โดยแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันไปตามถิ่นที่อยู่อาศัยด้วย ค่างแว่นถิ่นใต้ เป็นสัตว์อีกตัวที่ถูกคุ้มครองแล้ว เรามาทำความรู้จักสัตว์ตระกูลนี้กัน

ค่างกับลิงไม่เหมือนกัน

สำหรับลิงนั้นก็เหมือนสัตว์ตัวอื่นที่มีความแตกต่างทางด้านสายพันธุ์ของสัตว์ในตระกูลเดียวกันด้วย หากเราเอาลิงเป็นตัวตั้ง ค่างก็จะมีความแตกต่างจากลิงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาค่างจะมีหน้าตาแตกต่างจากลิงแบบเห็นได้ชัด ตาโต รูปร่างที่ผอม เพรียว บางกว่าลิง แขนขาก็จะมีความยาวมากกว่า แต่กลับมีนิ้วโป้งสั้นกว่า (น่าแปลก) หางยาวกว่าลิง ขนก็ยาวกว่าด้วย แต่จุดแตกต่างสำคัญอีกอย่างก็คือระบบย่อยอาหาร ค่างจะมีระบบย่อยอาหารที่ทำได้แต่เพียงแค่พืชอย่างเดียวทำให้ค่างต้องกินอาหารพวกพืช ผัก ผลไม้เป็นหลัก หรืออย่างเก่งก็ทำได้เพียงแค่แมลงเท่านั้น ต่างจากลิงที่สามารถย่อยเนื้อสัตว์ได้ด้วย

ค่างแว่นถิ่นใต้

รู้จักความแตกต่างระหว่าง ค่างกับลิงไปแล้ว ทีนี้มาดูกันว่า ค่างแว่นถิ่นใต้ เป็นอย่างไร สำหรับสัตว์สายพันธุ์ค่างที่มีความแตกต่างจากค่างตัวอื่น ตัวของมันมีจุดเด่นที่วงกลมสีขาวรอบตา ตาโตๆ ทำให้มันดูน่ารักดีเหมือนกับว่าค่างแว่นถิ่นใต้กำลังใส่แว่นหนาเตอะ สไตล์เด็กเนิร์ดอยู่ (ตรงนี้เป็นที่มาของชื่อด้วย) ขนาดลำตัวจะยาวประมาณ 45-47 เซนติเมตร หางยาว 60-80 เซนติเมตร บางตัวความยาวหางมากกว่าลำตัวอีก น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัมไม่เกินนี้ เมื่อมันโตเต็มวัยขนจะแบ่งสีออกมาชัดเจนส่วนใหญ่จะเป็นขนสีเทาเข้ม จนถึงดำในบางตัว แต่ที่เราเห็นขนสีดำแบบนี้ ตอนเด็กมันเป็นขนสีทองนะ

Southern-Glasses-Lemurs-news-site

ถิ่นที่อยู่

สำหรับค่างแว่นถิ่นใต้ ก็ตามชื่อเลย โดยปกติเราจะพบมันได้จากสภาพแวดล้อมอันสมบูรณ์จากทางภาคใต้ของไทย ค่างแว่นตัวนี้จะอยู่ตามป่าดงดิบ หรือ สวนยางพาราของชาวบ้าน หากจะให้เจาะจงลงไปในบ้านเราพบได้ที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เขาล้อมหมวก อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง วัดถ้ำเขาพลู เป็นต้น ต้องบอกว่าลิสต์รายชื่อต่อไปนี้สภาพธรรมชาติ ป่าไม้อุดมสมบูรณ์เอามากๆ ไม่แปลกที่ค่างแว่นถิ่นใต้และสัตว์อื่นจะอยากเข้าไปทำเป็นที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน

นิสัยและพฤติกรรมทั่วไป

ค่างแว่นถิ่นใต้ เป็นเหมือนกับสัตว์ตระกูลลิงสายพันธุ์อื่นที่ชื่นชอบการอยู่เป็นฝูงมากกว่าเดี่ยว มันเป็นสัตว์สังคมเลยทีเดียว มักจะจับกลุ่มรวมกันมากถึง 20-30 ตัวในบางกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกันเลย ชอบอาศัยอยู่ในป่า ได้ไหมไม่ว่าจะเป็นป่าเทือกเขาสูง หรือ ป่าติดริมทะเล แต่มันชอบอยู่แบบแรกมากกว่า เป็นสัตว์ที่กินจุพอสมควรเลย ประมาณการว่าค่างแว่นถิ่นใต้ต้องกินอาหารวันละอย่างน้อย 2 กิโลกรัม นิสัยมักจะเป็นสัตว์ที่ขี้อาย ชอบหลบ อีกทั้งสีขนที่พรางตัวได้ดีทำให้ อาจจะหาตัวเจอยากหน่อย

news-site-Southern-Glasses-Lemurs

ค่างแว่นถิ่นใต้กับสัตว์ป่าคุ้มครอง

สำหรับค่างแว่นถิ่นใต้ตัวนี้ถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นที่สำคัญอย่างหนึ่งของภาคใต้บ้านเราเหมือนกัน โดยตอนนี้ตัวมันถูกจัดเข้าบัญชีไซเตส หมายเลข 2 เอาไว้ด้วย โดยประเมินว่าตอนนี้จำนวนของมันลดน้อยลงมากจนอาจจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อการเสี่ยงสูญพันธุ์ ทำให้ทางการไทยต้องมาขึ้นบัญชีสัตว์ชนิดนี้ในที่สุด

ทำไม กอลิล่า ถึงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

พูดถึงลิงต้องบอกว่ามันเป็นสัตว์ที่มีหลากหลายสายพันธุ์มากที่สุดชนิดหนึ่งเลย เอาแค่ในบ้านเราก็จะมี ลิง ค่าง บ่าง ชะนี แล้วก็แยกย่อยแต่ละกลุ่มลงไปอีกเยอะแยะเลย แต่ลิงเหล่านี้เป็นลิงสายพันธุ์เล็ก ยังมีลิงอีกกลุ่มเป็นสัตว์สายพันธุ์ตัวใหญ่ที่ดูใกล้เคียงกับมนุษย์อีกด้วย กอลิล่า เองก็เป็นหนึ่งในนั้น สัตว์ตัวนี้ถือว่าเป็นสัตว์ที่ถูกจัดกลุ่มให้อยู่ในความคุ้มครองด้วย

กอลิล่า ต้นกำเนิด

หากจะถามว่าสัตว์ชนิดไหนมีอายุเก่าแก่มากที่สุด กอลิล่า เป็นหนึ่งในคำตอบนี้อย่างแน่นอน เพราะว่าตำราทางวิชาการบางเล่มได้กล่าวว่า กอริล่า เป็นสัตว์ที่มีมาตั้งแต่ยุคไพรเมต หรือประมาณ 65 ล้านปีก่อนเลย แม้จะมีบางส่วนที่มีวิวัฒนาการจนกลายเป็นสัตว์ชนิดอื่นไป แต่ยังมีกอลิล่าบางสายพันธุ์ที่ไม่พัฒนาตามไปด้วย ยังคงเป็นแบบเดิมแล้วคงอยู่เผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับกอลิล่า ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีไพรเมต ใหญ่สุดในโลก

ลักษณะทางกายภาพของกอลิล่า

สำหรับกอลิล่านั้น ลักษณะทางภายนอกจะเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่มีขนทั่วตัว เดินด้วยสองขาด้านหน้าแล้วใช้สองขาหลังเพื่อพยุงน้ำหนัก แถมยังสามารถยกขาหน้าให้ทำหน้าที่เป็นแขนได้ด้วย กอลิล่า ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์มากที่สุดชนิดหนึ่งรองจาก ชิมแปนซี และ โบโนโบ ตัวกอลิล่าเองมีการแบ่งหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น กอลิล่าพื้นราบ กับกอลิล่าภูเขา หรือจะเป็นถิ่นกำเนิดอย่าง กอลิล่าตะวันตก กับ กอลิล่าตะวันออก เป็นต้น

Gorilla-is-a-protected-wildlife-news-site

ลักษณะทางสังคม

กอลิล่าถือว่าเป็นสัตว์สังคมอีกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะทางสังคมค่อนข้างชัดเจนมาก สัตว์ตัวนี้มันจะอยู่เป็นกลุ่มรวมกันประมาณ 8-10 ตัว และอาจจะมากกว่านั้นก็ได้ โดยแต่ละกลุ่มจะมีตัวที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นจ่าฝูง หากเราเห็นฝูงกอลิล่า จะมีตัวหนึ่งที่เด่นออกมาเลย อาจจะยืนด้านหน้าสุด หรือ เวลาไปไหนทุกตัวจะต้องเดินตามหลัง คล้อยตามแบบยอมสยบในอำนาจ สำหรับตัวเต็มวัยจะมีความสูงประมาณ 180-200 เซนติเมตรได้เลย ส่วนตัวอื่นในกลุ่มอาจจะเป็นตัวเมีย ลูก หรือ ตัวผู้อื่นที่ไม่สามารถแย่งตำแหน่งจ่าฝูงไปได้ หรือ ไม่มีพลังพอจะแยกฝูงไปก่อตั้งเองจึงต้องอยู่รวมกัน อีกหนึ่งพฤติกรรมก็คือหากมันกำลังจะเจอกับศัตรู มันจะทำท่าชกอกพร้อมกับส่งเสียงคำรามเพื่อขู่อีกด้วย

ความแข็งแกร่ง

สิ่งหนึ่งที่ทำให้กอลิล่า คงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ นอกจากระบบสังคมที่แข็งแกร่งแล้ว เรื่องของสมองก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเช่นกัน อย่างที่บอกไปว่า กอลิล่า เป็นสัตว์ที่คล้ายกับมนุษย์ ทำให้มันเป็นสัตว์ที่มีสมองมีความรู้สึกนึกคิด รู้จักการแก้ปัญหา การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ ไม่เพียงเท่านั้นลักษณะทางกายภาพของมันยังถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความแข็งแรงมากที่สุดสายพันธุ์หนึ่งเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรงจนเหมือนมันกำลังใส่เสื้อเกราะอยู่ แขน ขา ที่แบกรับน้ำหนักตัวเวลาเคลื่อนที่ไปมา นั่นทำให้แขนของมันเหมือนกับโดนบังคับให้ยกดัมเบลตลอด ผลก็คือกล้ามเนื้อแขน ขา แข็งแรงมาก ความแข็งแรงของแขน ขา มือ นิ้ว ทำให้มันสามารถหยิบ จับ ขยำ ขยี้ ศัตรูได้เลย ยังไม่นับขาที่แข็งแรงทำให้กอลิล่ามีแรงกระโดดได้สูง และพุ่งเข้าหาศัตรูได้เร็ว

new-Gorilla-is-a-protected-wildlife-site-news

แต่ความเชื่อเรื่องการล่า และความต้องการอวัยวะของมัน หรือ ต้องการตัวมันไปเลี้ยง ทำให้กอลิล่าเป็นสัตว์ที่ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากถูกล่าอย่างมาก จึงมีการบรรจุกอลิล่าให้กลายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งในบัญชีระดับสากล และ ระดับประเทศ