ทำไม พญากระรอกบินสีดำ ถึงเป็นสัตว์คุ้มครอง

news-side-Black-flying-squirrel

กระรอกบินเหนือ, กระรอกบินใต้ และ พญากระรอกบินสีดำ จัดเป็นกระรอกบินพื้นเมือง ที่พบในอเมริกาเหนือ พวกมันมีทั้ง สีเทา และน้ำตาล แต่กระรอกบินทางเหนือ มีขนท้องที่เป็นสีเทาที่ฐาน และสำหรับกระรอกบินทางใต้ขนท้องนั้น มีสีขาวทั้งหมด ขนาดเป็นอีกวิธีหนึ่งในการแยกพวกมันออกจากกัน โดยสายพันธุ์ทางใต้จะมีขนาดเล็กยาวประมาณ 8 – 10 นิ้ว เท่านั้น ส่วนกระรอกบินเหนือมีความยาว 10 – 12 นิ้ว

พญากระรอกบินสีดำ ไม่ได้บินแค่ร่อน

กระรอกบินอาจถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กระรอกร่อน” ซึ่งก็จะมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพราะพวกมันไม่สามารถบินได้อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นการบินอย่างนก หรือค้างคาวนั่นเอง สำหรับกระรอกบินร่อน พวกมันมีเยื่อหุ้มพิเศษ ระหว่างขาหน้าและหลัง ซึ่งช่วยทำให้สามารถแล่นผ่านอากาศระหว่างต้นไม้ได้ ราวกับสายลม เมื่อกระรอกบินต้องการเดินทางไปยังต้นไม้อื่นไม่ต้องสัมผัสกับพื้นดินเพราะอาจมีอันตรายรออยู่ พวกมันก็จะเปิดตัวจากกิ่งไม้สูง และแผ่ขาและมือของมันออกไป มันใช้การเคลื่อนไหวเล็กน้อยของขา เพื่อใช้ในการคัดท้าย ส่วนหางทำหน้าที่เป็นเบรกเมื่อถึงปลายทาง กระรอกบินสามารถครอบคลุมพื้นที่ ได้มากกว่า 150 ฟุต จากการร่อนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

Black-flying-squirrel-side-news

พิสัยของพญากระรอกบินสีดำ

กระรอกบินภาคใต้ สามารถพบได้ทั่วภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่รัฐเมนไปจนถึงฟลอริดา และตะวันตกจากมินนิโซตาใต้สู่เท็กซัส กระรอกบินเหนือมีการกระจายแหล่งที่อยู่อาศัยมาก แต่พบมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามชายฝั่งตะวันตกและในไอดาโฮและมอนแทนา

กระรอกบินมักอาศัยอยู่ในป่าผลัดใบ, ป่าสน และป่าไม้ พวกมันสร้างบ้าน ภายในหลุมที่นกหัวขวานเจาะกล่องรังเอาไว้ และมักยึดรังของนก และกระรอกอื่นๆ ที่ถูกทิ้งร้าง บางครั้งกระรอกหลายตัวจะซ้อนกันไปมา เพื่อสร้างความอบอุ่นในฤดูหนาว ต้องขอบคุณความสามารถในการร่อนที่ยอดเยี่ยม พญากระรอกบินสีดำ พวกมันเป็นศิลปินหลบหนีที่สุดยอด เมื่อกระรอกบินร่อนลงบนลำต้นของต้นไม้ หลังจากบินมันจะรีบไปที่อีกด้านหนึ่งของลำตัน เพื่อหลีกเลี่ยงนักล่าที่อาจตามมา อย่างไรก็ตามศัตรูของพวกมัน คือ นกฮูก, เหยี่ยว, งูต้นไม้ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มักจะพยายามหาทางจัดการพญากระรอกบินสีดำ

อาหาร

พญากระรอกบินสีดำ เป็นสัตว์กินพืชทุกชนิด พวกเขากินอาหารหลากหลายชนิด รวมถึงเมล็ดถั่ว, ผลไม้ และแมลง หากแต่บางครั้งก็กินเนื้อบ้าง มันมักจะเสริมสารอาหารด้วยไข่นกและซากสัตว์ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง

ประวัติชีวิตของ พญากระรอกบินสีดำ

คู่กระรอกบินจะมุ่งสู่ภาคเหนือปีละ 1 ครั้ง และจะลงไปยังภาคใต้ปีล่ะ 2 ครั้ง เมื่อพญากระรอกบินสีดำเกิดออกมาเป็นทารก พวกมันจะพึ่งพาแม่ของตัวเอง ในการดูแลเป็นเวลา 2 เดือน จนกว่าจะโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ โดยกระรอกบินสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 10 ปีในการถูกเลี้ยง หรืออาจอยู่ได้ประมาณ 5 ปี กับตัวที่อาศัยอยู่ในป่า

Black-flying-squirrel-news-side

การอนุรักษ์

พญากระรอกบินสีดำ เป็นสัตว์ฟันแทะที่พบได้ทั่วไปในหลายๆ พื้นที่ของประเทศ แต่เนื่องจากพวกมันเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืน จึงทำให้มีคนเพียงไม่กี่คนที่ได้เห็น สัตว์จำพวกกระรอกบินถูกระบุว่าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เนื่อง อันเนื่องมาจากการสูญเสียถิ่นอาศัย

พญากระรอกบินสีดำ สร้างแรงบันดาลใจ

มนุษย์พยายามแสวงหาความสามารถในการร่อนของกระรอกบินมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งเกิดไอเดียสร้างฐานจัมเปอร์และนักกระโดดร่มเอง ก็ได้พัฒนาชุดพิเศษที่เลียนแบบกระรอกบิน ชุดนี้จะทำงานช้าลงเมื่ออยู่ในอากาศ ในลักษณะท่าทางการร่อนนั่นเอง